National Phase คือขั้นตอนหลังจากคำขอสิทธิบัตรระหว่างประเทศ PCT เข้าสู่การพิจารณาของสำนักงานสิทธิบัตรแต่ละประเทศหรือภูมิภาคที่เลือกไว้ แต่ละสำนักงานจะตรวจสอบและตัดสินใจแยกจากกันตามกฎหมาย เอกสาร คำแปล และค่าธรรมเนียมของตนเอง ซึ่งแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ ขั้นตอนนี้จึงต้องวางแผนล่วงหน้าและมักต้องประสานงานผ่านตัวแทนหรือที่ปรึกษาท้องถิ่นในแต่ละประเทศปลายทาง
National Phase คืออะไร
เมื่อขั้นตอนระหว่างประเทศของคำขอ PCT (การสืบค้นและการตรวจสอบเบื้องต้นแบบไม่ผูกพัน) ผ่านไประยะหนึ่ง ผู้ยื่นคำขอต้องตัดสินใจว่าจะนำคำขอเข้าสู่การพิจารณาจริงในประเทศหรือภูมิภาคใดบ้าง ขั้นตอนนี้เรียกว่า National Phase (หรือ Regional Phase สำหรับระบบภูมิภาค เช่น สำนักงานสิทธิบัตรยุโรป) เป็นจุดที่คำขอ PCT หนึ่งฉบับ "แตก" ออกเป็นคำขอแยกในแต่ละประเทศปลายทางที่เลือก แต่ละคำขอจะได้รับการตรวจสอบเป็นเอกเทศจากคำขออื่น
แต่ละสำนักงานตรวจสอบแยกกัน
เมื่อเข้าสู่ National Phase แล้ว คำขอ PCT จะไม่ใช่ "คำขอระหว่างประเทศ" อีกต่อไป แต่กลายเป็นคำขอสิทธิบัตรภายในประเทศนั้นๆ ที่ต้องผ่านการตรวจสอบตามกฎหมายและมาตรฐานของสำนักงานนั้นโดยตรง รายงานสืบค้นและความเห็นเบื้องต้นจากขั้นตอนระหว่างประเทศเป็นข้อมูลประกอบเท่านั้น ไม่ผูกพันให้สำนักงานประเทศปลายทางต้องเห็นด้วย แต่ละประเทศจึงอาจให้ผลการพิจารณาต่างกันสำหรับคำขอเดียวกัน
ต้องเตรียมอะไรบ้าง
ข้อกำหนดของการเข้าสู่ National Phase แตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ แต่โดยทั่วไปมักเกี่ยวข้องกับ:
- คำแปล: หลายประเทศกำหนดให้ต้องแปลคำขอเป็นภาษาราชการของประเทศนั้นภายในกำหนดเวลา
- พิธีการและเอกสาร: แบบฟอร์ม หนังสือมอบอำนาจ และเอกสารประกอบอื่นตามข้อกำหนดของแต่ละสำนักงาน
- ค่าธรรมเนียมประจำชาติ: ค่าธรรมเนียมยื่นคำขอและค่าธรรมเนียมอื่นของแต่ละประเทศ ซึ่งแตกต่างกันและควรตรวจสอบจากสำนักงานประเทศปลายทางโดยตรงหรือผ่านตัวแทนท้องถิ่น
- การดำเนินการหลังจากนั้น: เมื่อเข้าสู่ National Phase แล้ว คำขอจะเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบภายในประเทศตามปกติ ซึ่งอาจมีการแจ้งคำสั่งให้แก้ไขหรือชี้แจง (เทียบเคียงได้กับ Office Action) ก่อนจะได้รับอนุมัติหรือปฏิเสธ
เนื่องจากรายละเอียดข้อกำหนดและกำหนดเวลาแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศและเปลี่ยนแปลงได้ตามกฎหมายท้องถิ่น บทความนี้จึงไม่ได้ระบุตารางกำหนดเวลารายประเทศ ควรตรวจสอบกำหนดเวลาที่แน่นอนของแต่ละประเทศเป้าหมายกับตัวแทนท้องถิ่นหรือสำนักงานนั้นโดยตรงก่อนตัดสินใจ
กรอบเวลาโดยทั่วไปตามระบบ PCT
ตามกรอบสนธิสัญญา PCT ผู้ยื่นคำขอโดยทั่วไปมีเวลาเข้าสู่ National Phase ได้ถึงประมาณ 30 เดือนนับจากวันที่อ้างสิทธิความสำคัญก่อน (Priority Date) ของคำขอที่ยื่นครั้งแรก แม้บางประเทศจะกำหนดกรอบเวลาที่แตกต่างออกไป และผู้ยื่นคำขอสามารถร้องขอเข้าสู่ National Phase ก่อนกำหนดเวลาดังกล่าวได้เสมอหากต้องการเร่งกระบวนการในประเทศใดประเทศหนึ่ง ตัวเลข 30 เดือนนี้เป็นกรอบเวลาทั่วไปตามสนธิสัญญา ไม่ใช่กำหนดเวลาที่แน่นอนของทุกประเทศ จึงยังคงต้องตรวจสอบกำหนดเวลาที่แท้จริงของแต่ละประเทศเป้าหมายแยกต่างหาก
ทำไมต้องวางแผนล่วงหน้า
การเตรียมคำแปล เอกสาร และงบประมาณค่าธรรมเนียมของหลายประเทศพร้อมกันต้องใช้เวลา หากรอจนใกล้กำหนดเวลาจึงเริ่มดำเนินการ อาจไม่ทันเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนถูกต้องในทุกประเทศเป้าหมาย การวางแผนล่วงหน้าตั้งแต่ช่วงขั้นตอนระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการยืนยันรายชื่อประเทศเป้าหมายและงบประมาณให้ชัดเจน จึงช่วยลดความเสี่ยงที่จะพลาดกำหนดเวลาในประเทศใดประเทศหนึ่ง
บทบาทของ Patent To You และตัวแทนต่างประเทศ
Patent To You ให้คำปรึกษาและสนับสนุนการจัดเตรียมคำขอเบื้องต้น รวมถึงประสานการยื่นและดำเนินการในต่างประเทศผ่านตัวแทนหรือที่ปรึกษาท้องถิ่นที่มีคุณสมบัติเหมาะสมตามข้อกำหนดของแต่ละประเทศ เนื่องจากการเข้าสู่ National Phase ต้องดำเนินการต่อหน้าสำนักงานของแต่ละประเทศโดยตรงตามกฎหมายท้องถิ่น การประสานงานผ่านตัวแทนท้องถิ่นที่มีคุณสมบัติเหมาะสมในประเทศปลายทางจึงเป็นแนวปฏิบัติมาตรฐานสำหรับขั้นตอนนี้
