สรุปสาระสำคัญ

จำพวก (Class) เป็นการจัดหมวดหมู่สินค้า/บริการตามระบบสากล ส่วนขอบเขตความคุ้มครองจริงผูกอยู่กับรายการสินค้า/บริการที่ระบุไว้ในคำขอ ไม่ใช่ทั้งจำพวก ควรเลือกจำพวกและรายการให้ตรงกับกิจกรรมทางธุรกิจปัจจุบันและแผนที่วางไว้จริง เพราะมีผลโดยตรงทั้งต่อขอบเขตความคุ้มครองและค่าธรรมเนียมราชการที่ต้องจ่าย

จำพวกสินค้า/บริการคืออะไร

ระบบจำพวกสินค้า/บริการของไทยอิงตามระบบการจัดจำพวกระหว่างประเทศ (Nice Classification) ขององค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) ซึ่งแบ่งสินค้าและบริการออกเป็นหลายจำพวก ใช้เพื่อจัดหมวดหมู่คำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าให้เป็นระบบเดียวกันทั่วโลก ช่วยให้การสืบค้นและตรวจสอบคำขอทำได้ง่ายขึ้น

ความต่างระหว่าง "จำพวก" กับ "รายการสินค้า/บริการ" ที่ระบุในคำขอ

จำพวกเป็นเพียงหมวดหมู่กว้างๆ แต่สิ่งที่กำหนดขอบเขตความคุ้มครองจริงคือ "รายการสินค้า/บริการ" ที่ระบุไว้เจาะจงในคำขอภายใต้จำพวกนั้น เช่น การระบุจำพวกถูกต้องแต่เขียนรายการสินค้าคลุมเครือหรือไม่ตรงกับสิ่งที่ใช้จริง อาจทำให้ขอบเขตความคุ้มครองที่ได้ไม่ตรงกับที่ต้องการ หรือถูกนายทะเบียนขอให้แก้ไขก่อนรับจดทะเบียน การเลือกจำพวกที่ถูกต้องจึงเป็นเพียงจุดเริ่มต้น ไม่ใช่ขั้นตอนสุดท้าย

ทำไมกิจกรรมทางธุรกิจปัจจุบันและแผนที่วางไว้จึงสำคัญ

รายการสินค้า/บริการควรสะท้อนสิ่งที่ธุรกิจทำอยู่จริงหรือมีแผนชัดเจนที่จะทำในอนาคตอันใกล้ ไม่ใช่การระบุกว้างๆ ไว้ก่อนเผื่ออนาคตโดยไม่มีแผนจริง เพราะเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนแล้วแต่ไม่มีการใช้งานโดยสุจริตกับสินค้า/บริการตามรายการที่จดทะเบียนไว้ติดต่อกันเป็นเวลา 3 ปีก่อนวันยื่นคำร้อง อาจถูกบุคคลผู้มีส่วนได้เสียร้องขอให้คณะกรรมการเพิกถอนทะเบียนได้ตามมาตรา 63 แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 เว้นแต่เจ้าของเครื่องหมายจะพิสูจน์ได้ว่าการไม่ใช้งานนั้นเกิดจากพฤติการณ์พิเศษในทางการค้า มิใช่เจตนาที่จะไม่ใช้หรือสละเครื่องหมายนั้น การกำหนดรายการให้ตรงกับการใช้งานจริงหรือแผนธุรกิจที่ชัดเจนจึงช่วยลดความเสี่ยงนี้

ทำไมเลือกจำพวกอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ

ธุรกิจเดียวกันอาจเกี่ยวข้องกับสินค้า/บริการที่กระจายอยู่มากกว่าหนึ่งจำพวก เช่น ธุรกิจที่ขายทั้งสินค้าและให้บริการที่เกี่ยวข้องกับสินค้านั้นด้วย การเลือกจำพวกเดียวโดยไม่พิจารณาภาพรวมของธุรกิจอาจทำให้ส่วนหนึ่งของธุรกิจไม่ได้รับความคุ้มครอง ควรพิจารณาทุกจำพวกที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจจริงตั้งแต่ต้น

ความเสี่ยงของรายการสินค้า/บริการที่แคบ กว้าง คลุมเครือ หรือไม่ตรงความจริงเกินไป

  • แคบเกินไป — คุ้มครองเฉพาะสินค้า/บริการเฉพาะเจาะจงที่ระบุไว้เท่านั้น สินค้าใกล้เคียงที่ไม่ได้ระบุไว้อาจไม่ได้รับความคุ้มครอง
  • กว้างเกินไป — อาจถูกนายทะเบียนขอให้ชี้แจงหรือแก้ไขให้ชัดเจนขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงที่จะถูกเพิกถอนบางส่วนภายหลังหากไม่ได้ใช้งานจริงตามที่ระบุ
  • คลุมเครือ — คำที่ไม่ชัดเจนอาจทำให้นายทะเบียนตีความขอบเขตต่างจากที่ตั้งใจ หรือถูกขอให้แก้ไขก่อนรับคำขอ
  • ไม่ตรงกับความเป็นจริง — ระบุสินค้า/บริการที่ธุรกิจไม่ได้ทำจริงและไม่มีแผนจะทำ เพิ่มความเสี่ยงถูกร้องเพิกถอนเนื่องจากไม่ได้ใช้งาน

ยื่นเครื่องหมายเดียวกันในหลายจำพวก

คำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าหนึ่งคำขออาจครอบคลุมสินค้าหรือบริการในจำพวกเดียวหรือหลายจำพวกพร้อมกันได้ในคำขอเดียวกัน ตามมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2559 ซึ่งยกเลิกข้อจำกัดเดิมที่ให้ยื่นได้เพียงจำพวกเดียวต่อคำขอ โดยต้องระบุรายการสินค้า/บริการในแต่ละจำพวกให้ชัดเจน และค่าธรรมเนียมราชการจะคำนวณตามจำนวนรายการและจำพวกที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่ตามจำนวนคำขอ ควรเลือกจำพวกให้ครอบคลุมสินค้า/บริการที่ต้องการความคุ้มครองอย่างแท้จริง ทั้งที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบันและที่มีแผนธุรกิจชัดเจนว่าจะทำในอนาคตอันใกล้ ไม่จำเป็นต้องดำเนินธุรกิจจริงในทุกจำพวกตั้งแต่วันยื่นคำขอ หากงบประมาณจำกัดอาจพิจารณาลำดับความสำคัญของแต่ละจำพวกตามแผนธุรกิจ

ความสัมพันธ์ระหว่างการเลือกจำพวกกับค่าธรรมเนียมราชการ

ค่าธรรมเนียมราชการคิดแยกตามจำนวนจำพวกที่ยื่น ตามอัตราที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาประกาศ ได้แก่ ค่ายื่นคำขอ 1,000 บาทต่อรายการสำหรับ 1-5 รายการสินค้า/บริการ หรือเหมาจ่าย 9,000 บาทต่อจำพวกหากมีมากกว่า 5 รายการ และค่ารับจดทะเบียน 600 บาทต่อรายการสำหรับ 1-5 รายการ หรือเหมาจ่าย 5,400 บาทต่อจำพวกหากมากกว่า 5 รายการ ยิ่งยื่นหลายจำพวก ค่าธรรมเนียมรวมก็ยิ่งเพิ่มขึ้นตามจำนวนจำพวก ตัวเลขข้างต้นเป็นค่าธรรมเนียมราชการเท่านั้น แยกต่างหากจากค่าบริการวิชาชีพของ Patent To You ดูอัตราค่าบริการทั้งหมดได้ที่หน้าค่าบริการ

เพิ่มสินค้า/บริการหลังยื่นคำขอได้หรือไม่

โดยหลักทั่วไป หลังยื่นคำขอแล้วไม่สามารถเพิ่มสินค้า/บริการหรือจำพวกใหม่เข้าไปในคำขอเดิมได้ หากต้องการขยายความคุ้มครองให้ครอบคลุมสินค้า/บริการหรือจำพวกเพิ่มเติม โดยทั่วไปต้องยื่นคำขอใหม่แยกต่างหาก จึงควรพิจารณารายการสินค้า/บริการและจำพวกที่จำเป็นให้รอบคอบตั้งแต่ก่อนยื่นคำขอครั้งแรก และตรวจสอบแนวทางปฏิบัติปัจจุบันกับตัวแทนเครื่องหมายการค้าหรือกรมทรัพย์สินทางปัญญาก่อนยื่นเสมอ เนื่องจากรายละเอียดขั้นตอนอาจมีการปรับปรุงได้

ตัวอย่างที่ใช้บ่อยสำหรับ SME

  • ร้านอาหาร/เครื่องดื่ม — มักเกี่ยวข้องทั้งจำพวกอาหาร/เครื่องดื่ม และจำพวกบริการร้านอาหาร หากมีสินค้าแบรนด์ของตัวเองขายด้วย (เช่น ซอสหรือขนม) อาจต้องพิจารณาจำพวกสินค้านั้นเพิ่มเติม
  • ธุรกิจเสื้อผ้า/แฟชั่น — จำพวกเครื่องนุ่งห่มเป็นหลัก หากมีบริการออนไลน์หรือร้านค้าปลีกภายใต้แบรนด์เดียวกัน อาจต้องพิจารณาจำพวกบริการค้าปลีกเพิ่มด้วย
  • ธุรกิจให้บริการ (ที่ปรึกษา ซ่อมบำรุง ฯลฯ) — มักอยู่ในจำพวกบริการที่ตรงกับประเภทงาน ควรระบุขอบเขตบริการให้ชัดเจนตามที่ให้บริการจริง
  • แอปพลิเคชัน/ซอฟต์แวร์ — อาจเกี่ยวข้องทั้งจำพวกซอฟต์แวร์/สินค้าดิจิทัล และจำพวกบริการที่ซอฟต์แวร์นั้นให้บริการ ขึ้นอยู่กับโมเดลธุรกิจ

รายการตรวจสอบก่อนตัดสินใจ

  • ยังไม่แน่ใจว่าธุรกิจอยู่ในจำพวกใด — ลิสต์สินค้า/บริการที่ทำอยู่จริงและที่มีแผนชัดเจนจะทำก่อน แล้วจึงจับคู่กับจำพวกที่เกี่ยวข้อง
  • ธุรกิจครอบคลุมหลายจำพวก แต่งบจำกัด — เรียงลำดับความสำคัญตามรายได้หรือแผนธุรกิจจริง เริ่มจากจำพวกที่ใช้งานอยู่แล้วก่อน
  • ไม่แน่ใจว่ารายการสินค้า/บริการที่เขียนไว้แคบหรือกว้างเกินไป — ให้ตัวแทนเครื่องหมายการค้าช่วยตรวจสอบก่อนยื่น เพราะแก้ไขหลังยื่นทำได้จำกัด
  • วางแผนขยายธุรกิจในอนาคต — พิจารณาว่าจำพวกที่จะขยายในอนาคตควรยื่นพร้อมกันตั้งแต่ต้นหรือยื่นเพิ่มภายหลังเมื่อแผนธุรกิจชัดเจนขึ้น เนื่องจากเพิ่มเข้าคำขอเดิมภายหลังโดยทั่วไปทำไม่ได้
ทวิช ทวีวัฒนาพันธ์
ตรวจทานโดย นายทวิช ทวีวัฒนาพันธ์กรรมการบริษัทและตัวแทนสิทธิบัตรขึ้นทะเบียน · ตรวจทานเมื่อ 21 ก.ย. 2569