ทั้งชื่อทางการค้าและโลโก้สามารถยื่นจดทะเบียนเป็นเครื่องหมายการค้าแยกกันได้ ไม่จำเป็นต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง — คำถามที่แท้จริงจึงไม่ใช่ "เลือกอันไหน" แต่คือ "ควรจดอะไรก่อน ถ้างบหรือเวลามีจำกัด"
ใช่ คุณจดแยกกันได้
ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ชื่อทางการค้าและโลโก้ต่างก็ยื่นขอจดทะเบียนเป็นเครื่องหมายการค้าได้ในฐานะเครื่องหมายคนละรายการ โดยแต่ละรายการต้องมีลักษณะบ่งเฉพาะ (Distinctiveness) ของตัวเอง และไม่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายที่จดทะเบียนไว้แล้วในจำพวกเดียวกัน
ทำไม "ลำดับก่อนหลัง" ถึงสำคัญ หรือไม่สำคัญ
ในแง่กฎหมาย การจดชื่อก่อนหรือโลโก้ก่อนไม่ได้ทำให้ฝ่ายใดได้สิทธิเหนือกว่าในเครื่องหมายอีกฝั่งหนึ่ง — แต่ละคำขอพิจารณาความบ่งเฉพาะและความเหมือนคล้ายแยกจากกัน ลำดับก่อนหลังจึงเป็นเรื่องของความสำคัญเชิงธุรกิจมากกว่าข้อกำหนดทางกฎหมาย: อะไรคือสิ่งที่ลูกค้าจดจำแบรนด์คุณได้มากที่สุดในตอนนี้ ชื่อที่พูดปากต่อปาก หรือโลโก้ที่เห็นบนบรรจุภัณฑ์
ถ้าตอนนี้มีงบจดได้แค่อย่างเดียว
- ธุรกิจที่พึ่งพาการบอกต่อ การค้นหาออนไลน์ด้วยชื่อ หรือขายผ่านช่องทางที่ไม่ค่อยโชว์โลโก้ (เช่น ขายทางโทรศัพท์ มาร์เก็ตเพลสที่เน้นชื่อร้าน) — ชื่อทางการค้ามักมีผลป้องกันความเสี่ยงสูงกว่า
- ธุรกิจที่โลโก้เป็นตัวแทนแบรนด์ชัดเจนกว่าตัวชื่อ (เช่น สินค้าแฟชั่น บรรจุภัณฑ์ที่โลโก้เด่นกว่าชื่อ) — โลโก้อาจเป็นตัวเลือกแรกที่เหมาะกว่า
- ไม่มีคำตอบตายตัว ควรประเมินจากพฤติกรรมลูกค้าจริงของแต่ละธุรกิจ ปรึกษาตัวแทนเพื่อวิเคราะห์เป็นรายกรณี
ถ้าโลโก้เปลี่ยนภายหลัง จะเกิดอะไรขึ้น
เครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนแล้วคุ้มครองเฉพาะรูปแบบที่ยื่นไว้ ณ ตอนนั้น หากโลโก้เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ (ไม่ใช่แค่ปรับสีหรือฟอนต์เล็กน้อย) เครื่องหมายเดิมอาจไม่ครอบคลุมโลโก้ใหม่อีกต่อไป และมักต้องยื่นคำขอใหม่สำหรับโลโก้เวอร์ชันใหม่ นี่คือข้อดีของการจดชื่อกับโลโก้แยกกันตั้งแต่แรก — ถ้าจดรวมเป็นเครื่องหมายเดียว การเปลี่ยนโลโก้อาจกระทบความคุ้มครองของชื่อไปด้วย ทั้งที่ชื่อไม่ได้เปลี่ยนเลย
จดพร้อมกันทั้งสองอย่าง เทียบกับจดแยกกัน — ผลต่อค่าใช้จ่ายและเวลา
ค่าธรรมเนียมราชการคิดแยกตามจำนวนคำขอ ไม่ใช่แบบเหมารวม: แต่ละคำขอ (ไม่ว่าจะเป็นชื่อหรือโลโก้) มีค่ายื่นคำขอ 1,000 บาทต่อรายการสินค้า/บริการ (กรณีไม่เกิน 5 รายการ) หรือ 9,000 บาทต่อจำพวกแบบเหมาจ่าย (กรณี 6 รายการขึ้นไป) บวกค่ารับจดทะเบียนอีก 600 บาทต่อรายการ หรือ 5,400 บาทต่อจำพวก เมื่อได้รับอนุมัติ (อ้างอิงตารางค่าธรรมเนียมล่าสุดที่ หน้าจดเครื่องหมายการค้า) หมายความว่าการจดสองคำขอ (ชื่อ+โลโก้) มีค่าธรรมเนียมราชการสูงกว่าการจดคำขอเดียวโดยธรรมชาติ ไม่ใช่เพราะจดพร้อมกันหรือแยกกัน — ค่าบริการมืออาชีพของ Patent To You เริ่มต้นที่ 4,900 บาทต่อจำพวกต่อคำขอเช่นกัน ระยะเวลาตรวจสอบของแต่ละคำขอไม่ได้เร็วขึ้นหรือช้าลงจากการยื่นพร้อมกันหรือแยกกัน เพราะกรมทรัพย์สินทางปัญญาพิจารณาแต่ละคำขอตามคิวของตัวเอง
หมายเหตุ: ตัวเลขค่าธรรมเนียมข้างต้นคือค่าธรรมเนียมราชการ แยกต่างหากจากค่าบริการมืออาชีพของ Patent To You อย่างชัดเจน
คำถามที่พบบ่อย
จดชื่อแบรนด์กับโลโก้เป็นเครื่องหมายเดียวกันได้ไหม รวมกันในคำขอเดียว?
ได้ หากออกแบบเป็นเครื่องหมายผสม (ชื่อ+โลโก้อยู่ด้วยกันเป็นภาพเดียว) แต่ข้อเสียคือหากภายหลังต้องการเปลี่ยนโลโก้แต่คงชื่อไว้ หรือกลับกัน จะต้องยื่นคำขอใหม่ทั้งหมดแทนที่จะแก้เฉพาะส่วนที่เปลี่ยน การจดแยกกันสองคำขอมักยืดหยุ่นกว่าในระยะยาว
ยื่นคำขอชื่อแบรนด์และโลโก้พร้อมกัน ได้รับความคุ้มครองพร้อมกันไหม?
แต่ละคำขอพิจารณาและออกทะเบียนแยกจากกันตามระยะเวลาตรวจสอบของตนเอง แม้ยื่นวันเดียวกันก็อาจได้รับผลการพิจารณาไม่พร้อมกัน ระยะเวลาที่แน่นอนขึ้นอยู่กับคิวตรวจสอบของกรมทรัพย์สินทางปัญญาในขณะนั้น
