สรุปสาระสำคัญ

Office Action (หนังสือแจ้งคำสั่ง) คือหนังสือที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาส่งถึงผู้ยื่นคำขอระหว่างการพิจารณาคำขอสิทธิบัตร อนุสิทธิบัตร หรือเครื่องหมายการค้า อาจสั่งให้แก้ไขคำขอ ชี้แจงเพิ่มเติม หรือแจ้งปฏิเสธคำขอ — ไม่ใช่คำตัดสินสุดท้ายเสมอไป และมักมีกำหนดเวลาตอบที่ต้องดำเนินการให้ทันตามที่ระบุในหนังสือ

Office Action ไม่เท่ากับการปฏิเสธคำขอเสมอไป

หลายคนเข้าใจว่าได้รับ Office Action แปลว่าคำขอถูกปฏิเสธแล้ว แต่ในความเป็นจริง Office Action ครอบคลุมตั้งแต่คำสั่งให้แก้ไขรายละเอียดเล็กน้อย ไปจนถึงคำสั่งปฏิเสธคำขอ — ระดับความร้ายแรงและทางเลือกในการตอบจึงต่างกันไปตามเนื้อหาที่ระบุในหนังสือแต่ละฉบับ

สาเหตุที่พบบ่อย

สาเหตุที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาออก Office Action แตกต่างกันระหว่างฝั่งสิทธิบัตรและฝั่งเครื่องหมายการค้า:

  • ฝั่งสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตร: ข้อถือสิทธิ (Claim) ไม่ชัดเจนหรือกว้าง/แคบเกินไป มีงานที่มีอยู่ก่อนใกล้เคียงกับสิ่งประดิษฐ์ หรือเอกสารประกอบคำขอไม่ครบถ้วน
  • ฝั่งเครื่องหมายการค้า: เครื่องหมายเหมือนหรือคล้ายกับที่จดทะเบียนไว้แล้ว ขาดลักษณะบ่งเฉพาะ หรือถูกบุคคลที่สามยื่นคัดค้าน

กำหนดเวลาตอบ และผลถ้าไม่ตอบทัน

ระยะเวลาตอบหรือยื่นอุทธรณ์ไม่เท่ากันทุกกรณี ขึ้นอยู่กับประเภทคำสั่งของนายทะเบียนและมาตราที่เกี่ยวข้อง — ควรตรวจสอบวันครบกำหนดที่ระบุไว้ในหนังสือแจ้งฉบับจริงทันทีที่ได้รับ ไม่ควรยึดตามระยะเวลาใดระยะเวลาหนึ่งเป็นค่าเริ่มต้น ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือกรณีเครื่องหมายการค้า: การอุทธรณ์คำสั่งนายทะเบียนตามมาตรา 14-17 ต่อคณะกรรมการเครื่องหมายการค้า ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 18 มีกำหนด 90 วัน นับแต่วันที่ผู้ขอได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษร

หากไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาตามกฎหมาย อาจเสียสิทธิในการดำเนินการต่อหรือเสียสิทธิในการอุทธรณ์ และคำขออาจถูกถือว่าละทิ้ง (Abandoned) หรือถูกเพิกถอนออกจากทะเบียน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเภทคำสั่งและบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องในแต่ละกรณี

ขั้นตอนการตอบมีอะไรบ้าง

โดยรวม การตอบ Office Action คือการวิเคราะห์เหตุผลที่ระบุในหนังสือ เตรียมคำชี้แจงหรือหลักฐานสนับสนุน หรือแก้ไขคำขอตามที่สั่ง แล้วยื่นกลับต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญาภายในกำหนดเวลา — บางกรณีอาจต้องยื่นเป็นคำอุทธรณ์อย่างเป็นทางการ (เช่น แบบ ก.03 ฝั่งเครื่องหมายการค้า) แทนที่จะเป็นเพียงคำชี้แจง ขึ้นอยู่กับประเภทคำสั่ง

เมื่อไหร่ควรขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ

สามารถตอบเองได้ แต่การชี้แจงหรือแก้ไขคำขอต้องใช้ความเข้าใจในหลักเกณฑ์ที่ผู้ตรวจสอบใช้พิจารณา หากชี้แจงไม่ตรงประเด็นหรือแก้ไขไม่ถูกวิธี อาจทำให้คำขอถูกปฏิเสธซ้ำหรือเสียสิทธิบางส่วนไปโดยไม่จำเป็น ยิ่งใกล้ครบกำหนดเวลายิ่งควรปรึกษาตัวแทนโดยเร็ว

คำถามที่พบบ่อย

Office Action ฝั่งสิทธิบัตรกับฝั่งเครื่องหมายการค้าต่างกันอย่างไร?

ฝั่งสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตรมักออกเพราะข้อถือสิทธิ (Claim) ไม่ชัดเจนหรือกว้าง/แคบเกินไป มีงานที่มีอยู่ก่อนใกล้เคียงกับสิ่งประดิษฐ์ หรือเอกสารประกอบคำขอไม่ครบถ้วน ส่วนฝั่งเครื่องหมายการค้ามักออกเพราะเครื่องหมายเหมือนหรือคล้ายกับที่จดทะเบียนไว้แล้ว ขาดลักษณะบ่งเฉพาะ หรือถูกบุคคลที่สามยื่นคัดค้าน แนวทางตอบจึงต่างกันตามสาเหตุ

ตอบ Office Action เองได้หรือไม่ ทำไมต้องใช้ตัวแทน?

สามารถตอบเองได้ แต่การชี้แจงหรือแก้ไขคำขอต้องใช้ความเข้าใจในหลักเกณฑ์ที่ผู้ตรวจสอบใช้พิจารณา หากชี้แจงไม่ตรงประเด็นหรือแก้ไขไม่ถูกวิธี อาจทำให้คำขอถูกปฏิเสธซ้ำหรือเสียสิทธิบางส่วนไปโดยไม่จำเป็น

ทวิช ทวีวัฒนาพันธ์
ตรวจทานโดย นายทวิช ทวีวัฒนาพันธ์กรรมการบริษัทและตัวแทนสิทธิบัตรขึ้นทะเบียน · ตรวจทานเมื่อ 31 ก.ค. 2569