สรุปสาระสำคัญ

สิทธิบัตรการประดิษฐ์คุ้มครอง 20 ปีนับจากวันยื่นคำขอ และไม่สามารถต่ออายุได้เหมือนเครื่องหมายการค้า — แต่การจะรักษาสิทธิ์ให้อยู่ครบ 20 ปีนั้น เจ้าของสิทธิบัตรต้องจ่ายค่าธรรมเนียมรายปีตามกำหนด มิฉะนั้นสิทธิบัตรอาจถูกเพิกถอนก่อนครบอายุ

ค่าธรรมเนียมรายปีคืออะไร ต่างจากค่าธรรมเนียมตอนยื่นคำขออย่างไร

ค่าธรรมเนียมตอนยื่นคำขอ ค่าตรวจสอบ และค่าประกาศโฆษณา เป็นค่าใช้จ่ายครั้งเดียวในขั้นตอนขอรับสิทธิบัตร ส่วนค่าธรรมเนียมรายปี (Annual/Maintenance Fee) เป็นค่าใช้จ่ายต่อเนื่องที่ต้องจ่ายทุกปีหลังจากได้รับสิทธิบัตรแล้ว เพื่อรักษาสิทธิ์ให้มีผลบังคับใช้ต่อไปตลอดอายุ 20 ปี ไม่ใช่ค่าธรรมเนียมการต่ออายุ เพราะสิทธิบัตรการประดิษฐ์ไม่มีระบบต่ออายุแบบเครื่องหมายการค้า

ตารางค่าธรรมเนียมรายปี ปีที่ 5-20

ตรวจสอบสดกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา (ipthailand.go.th/th/patent-006.html) เมื่อวันที่ 31 ก.ค. 2569:

ปีที่ค่าธรรมเนียม (บาท)ปีที่ค่าธรรมเนียม (บาท)
51,000138,200
61,2001410,000
71,6001512,000
82,2001614,200
93,0001716,600
104,0001819,200
115,2001922,000
126,6002025,000

ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นตามอายุสิทธิบัตร (ยิ่งใช้งานสิทธิบัตรนานยิ่งจ่ายมากขึ้นต่อปี) หรือเลือกจ่ายรวมครั้งเดียวทั้งหมด 140,000 บาท แทนการจ่ายทีละปีก็ได้ (ดูเงื่อนไขในหัวข้อถัดไป)

ตัวเลขข้างต้นคือค่าธรรมเนียมราชการที่ตรวจสอบกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาแล้ว แยกต่างหากจากค่าบริการมืออาชีพของ Patent To You อย่างชัดเจน

เริ่มจ่ายเมื่อไหร่ กำหนดเวลาอย่างไร

ค่าธรรมเนียมรายปีเริ่มนับจากปีที่ 5ของอายุสิทธิบัตร ต้องชำระภายใน 60 วันนับแต่วันเริ่มต้นระยะเวลาของปีที่ 5 นั้นและของทุกปีถัดไป (พระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. 2522 มาตรา 43 วรรคหนึ่ง) ถ้าสิทธิบัตรเพิ่งออกหลังจากปีที่ 5 เริ่มไปแล้ว (กระบวนการตรวจสอบเชิงลึกมักใช้เวลาหลายปี) ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมของปีที่ 5 จนถึงปีที่ออกสิทธิบัตรรวมกันภายใน 60 วันนับแต่วันออกสิทธิบัตร (วรรคสอง)

ถ้าจ่ายช้าเกิดอะไรขึ้น

ถ้าไม่จ่ายภายในกำหนด 60 วันข้างต้น กฎหมายให้เกรซพีเรียดเพิ่มเติม แต่ต้องเสียค่าปรับ:

  • เสียค่าธรรมเนียมเพิ่ม 30% ของค่าธรรมเนียมรายปี
  • มีเวลาอีก 150 วัน นับจากวันสิ้นกำหนดเวลา 60 วันเดิม เพื่อจ่ายค่าธรรมเนียมรายปีพร้อมค่าปรับ (มาตรา 43 วรรคสาม)
  • ถ้าครบ 150 วันแล้วยังไม่จ่าย อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญาจะทำรายงานต่อคณะกรรมการสิทธิบัตรเพื่อสั่งเพิกถอนสิทธิบัตร (วรรคสี่)
  • เจ้าของสิทธิบัตรร้องขอต่อคณะกรรมการภายใน 60 วันนับแต่ทราบคำสั่งเพิกถอน เพื่อขอขยายเวลาหรือขอให้เพิกถอนคำสั่งเพิกถอนได้ หากมีเหตุจำเป็นจริงที่ทำให้จ่ายไม่ทันในกำหนด 150 วัน (วรรคห้า)

สิทธิบัตรที่ถูกเพิกถอนแล้วไม่มีทางขอคืนสิทธิ์เดิมได้ ต้องเริ่มยื่นคำขอใหม่ (ถ้ายังมีสิทธิ์ยื่นได้ตามเกณฑ์ความใหม่) ซึ่งจะได้รับความคุ้มครองนับจากวันยื่นคำขอใหม่เท่านั้น ไม่ย้อนไปถึงสิทธิบัตรเดิม

จ่ายล่วงหน้าครั้งเดียวได้ไหม

ได้ พระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. 2522 มาตรา 44 อนุญาตให้เจ้าของสิทธิบัตรจ่ายค่าธรรมเนียมรายปีล่วงหน้าทั้งหมดในคราวเดียวแทนการจ่ายเป็นรายปีได้ (รวม 140,000 บาทสำหรับสิทธิบัตรการประดิษฐ์ ตามอัตราปัจจุบัน) ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจ: ถ้าภายหลังมีการแก้ไขอัตราค่าธรรมเนียมรายปี หรือเจ้าของขอคืนสิทธิบัตร หรือสิทธิบัตรถูกเพิกถอน กฎหมายกำหนดชัดเจนว่าเจ้าของสิทธิบัตรไม่มีสิทธิได้รับเงินที่จ่ายล่วงหน้าคืน จึงควรพิจารณาความมั่นใจว่าจะใช้งานสิทธิบัตรได้ครบอายุก่อนตัดสินใจจ่ายล่วงหน้าแบบก้อนเดียว

คำถามที่พบบ่อย

ถ้าไม่จ่ายค่าธรรมเนียมรายปีเลย จะเกิดอะไรขึ้น?

ถ้าไม่จ่ายภายในกำหนด 60 วัน จะต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่ม 30% และมีเกรซพีเรียดอีก 150 วันนับจากวันสิ้นกำหนด 60 วันนั้น ถ้ายังไม่จ่ายอีก อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญาจะรายงานต่อคณะกรรมการสิทธิบัตรเพื่อสั่งเพิกถอนสิทธิบัตร เจ้าของสิทธิบัตรอาจร้องขอขยายเวลาต่อคณะกรรมการได้ภายใน 60 วันนับแต่ทราบคำสั่งเพิกถอน หากมีเหตุจำเป็นจริง แต่สิทธิบัตรที่ถูกเพิกถอนแล้วไม่สามารถยื่นขอคืนสิทธิเดิมได้ ต้องยื่นคำขอใหม่ซึ่งจะไม่ได้รับความคุ้มครองย้อนหลัง

จ่ายค่าธรรมเนียมรายปีล่วงหน้าทั้งหมดครั้งเดียวดีไหม?

ทำได้ตามพระราชบัญญัติสิทธิบัตร มาตรา 44 โดยจ่ายรวมครั้งเดียวแทนการจ่ายรายปี ข้อดีคือไม่ต้องกังวลเรื่องกำหนดเวลาทุกปี แต่ข้อควรระวังคือถ้าภายหลังมีการแก้ไขอัตราค่าธรรมเนียม หรือมีการขอคืนสิทธิบัตรหรือถูกเพิกถอนสิทธิบัตร กฎหมายกำหนดว่าจะไม่ได้รับเงินที่จ่ายล่วงหน้าคืน ควรพิจารณาความมั่นใจในอายุการใช้งานของสิทธิบัตรก่อนตัดสินใจจ่ายล่วงหน้า

ทวิช ทวีวัฒนาพันธ์
ตรวจทานโดย นายทวิช ทวีวัฒนาพันธ์กรรมการบริษัทและตัวแทนสิทธิบัตรขึ้นทะเบียน · ตรวจทานเมื่อ 31 ก.ค. 2569