สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์คุ้มครองเฉพาะ "รูปลักษณ์ภายนอก" ของสินค้า ส่วนสิทธิบัตรการประดิษฐ์และอนุสิทธิบัตรคุ้มครอง "กลไกหรือการทำงาน" — ทั้งสองกลุ่มคุ้มครองคนละแง่มุมของสินค้าชิ้นเดียวกัน จึงสามารถยื่นขอความคุ้มครองพร้อมกันได้ในบางกรณี หากสินค้าของคุณมีทั้งรูปลักษณ์ใหม่และกลไกใหม่ที่ต้องการปกป้อง ควรพิจารณายื่นทั้งสองประเภทแยกคำขอกัน
สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์คุ้มครองอะไร
สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ (Design Patent) ตามพระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. 2522 คุ้มครองรูปร่าง รูปทรง หรือลวดลายของผลิตภัณฑ์ที่มองเห็นได้จากภายนอก รวมถึงการจัดวางองค์ประกอบของสีบนพื้นผิวผลิตภัณฑ์ — ไม่คุ้มครองว่าสินค้าทำงานอย่างไรหรือมีฟังก์ชันอะไร คุ้มครอง 10 ปีนับจากวันยื่นคำขอ ต่ออายุไม่ได้ และรูปทรงที่เกิดจากความจำเป็นด้านการใช้งานล้วนๆ ไม่เข้าเกณฑ์นี้ (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์คืออะไร)
สิทธิบัตรการประดิษฐ์และอนุสิทธิบัตรคุ้มครองอะไร
สิทธิบัตรการประดิษฐ์และอนุสิทธิบัตรคุ้มครองสิ่งประดิษฐ์ในแง่ "กลไก โครงสร้าง หรือกรรมวิธีการทำงาน" ไม่ใช่รูปลักษณ์ภายนอก ทั้งสองประเภทต่างกันที่เกณฑ์การตรวจสอบและระยะเวลาคุ้มครอง:
- สิทธิบัตรการประดิษฐ์ ต้องผ่านเกณฑ์ 3 ข้อ คือ มีความใหม่ มีขั้นการประดิษฐ์สูงขึ้น และประยุกต์ใช้ในทางอุตสาหกรรมได้ ผ่านการตรวจสอบเชิงลึก คุ้มครอง 20 ปีนับจากวันยื่นคำขอ ไม่สามารถต่ออายุได้ แต่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมรายปีตั้งแต่ปีที่ 5 เพื่อรักษาสิทธิ์
- อนุสิทธิบัตร ตัดเกณฑ์ขั้นการประดิษฐ์สูงขึ้นออกไป เหลือเพียงความใหม่กับการประยุกต์ใช้ในทางอุตสาหกรรม ตรวจสอบเบื้องต้นเท่านั้น จึงจดทะเบียนได้เร็วกว่า คุ้มครองเริ่มต้น 6 ปี ต่ออายุได้ 2 ครั้ง ครั้งละ 2 ปี รวมสูงสุด 10 ปีนับจากวันยื่นคำขอ
ทั้งสองประเภทเหมาะกับสิ่งประดิษฐ์ที่มีความใหม่ในเชิงเทคนิค — ต่างจากสิทธิบัตรการออกแบบที่ดูเฉพาะความใหม่ของรูปลักษณ์
ตารางเปรียบเทียบโดยสรุป
| ประเภท | คุ้มครองอะไร | ระยะเวลาคุ้มครอง |
|---|---|---|
| สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ | รูปลักษณ์ภายนอก | 10 ปี ต่ออายุไม่ได้ |
| สิทธิบัตรการประดิษฐ์ | กลไก/การทำงาน (ขั้นการประดิษฐ์สูงขึ้น) | 20 ปี ต่ออายุไม่ได้ (มีค่าธรรมเนียมรายปี) |
| อนุสิทธิบัตร | กลไก/การทำงาน (ไม่ต้องมีขั้นการประดิษฐ์สูงขึ้น) | 6 ปี ต่ออายุได้ถึง 10 ปี |
คุ้มครองพร้อมกันทั้งสองแบบได้ไหม
โดยหลักการได้ เพราะสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์กับสิทธิบัตรการประดิษฐ์/อนุสิทธิบัตรเป็นสิทธิบัตรคนละประเภทที่คุ้มครองคนละแง่มุมของสินค้าชิ้นเดียวกัน กฎหมายไม่ได้ห้ามการยื่นขอความคุ้มครองทั้งสองแบบพร้อมกัน แต่ต้องยื่นคำขอแยกกันเป็นคนละคำขอ ตัวอย่างสินค้าที่อาจต้องการความคุ้มครองทั้งสองแบบ:
- เครื่องใช้ไฟฟ้าหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ — กลไกการทำงานภายในขอสิทธิบัตรการประดิษฐ์หรืออนุสิทธิบัตร ส่วนรูปทรงตัวเครื่องที่ออกแบบมาเฉพาะขอสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์
- เฟอร์นิเจอร์ที่มีกลไกปรับพิเศษ — กลไกปรับระดับหรือพับเก็บขอสิทธิบัตรการประดิษฐ์/อนุสิทธิบัตร ส่วนรูปทรงภายนอกขอสิทธิบัตรการออกแบบ
- บรรจุภัณฑ์ที่มีกลไกจ่ายสินค้าเฉพาะ — กลไกการจ่ายหรือปิดผนึกขอสิทธิบัตรการประดิษฐ์/อนุสิทธิบัตร ส่วนรูปทรงขวดหรือกล่องขอสิทธิบัตรการออกแบบ
ถ้างบจำกัด ควรเลือกยื่นแบบไหนก่อน
พิจารณาจากจุดขายหลักของสินค้า: ถ้าจุดแข็งอยู่ที่ "หน้าตา" ที่ทำให้สินค้าโดดเด่นบนชั้นวางหรือในตลาด ให้ความสำคัญกับสิทธิบัตรการออกแบบก่อน เพราะคู่แข่งที่ลอกกลไกแต่เปลี่ยนรูปลักษณ์จะไม่ถูกจับได้ด้วยสิทธิบัตรการออกแบบอยู่แล้ว แต่ถ้าจุดแข็งอยู่ที่ "กลไกหรือฟังก์ชันใหม่" ที่คู่แข่งเลียนแบบรูปลักษณ์ต่างออกไปก็ยังทำงานเหมือนเดิมได้ ให้ความสำคัญกับสิทธิบัตรการประดิษฐ์หรืออนุสิทธิบัตรก่อน สำหรับสินค้าที่ทั้งรูปลักษณ์และกลไกเป็นจุดขายพอๆ กัน และมีงบประมาณเพียงพอ ควรปรึกษาตัวแทนสิทธิบัตรเพื่อวางแผนยื่นทั้งสองประเภทตั้งแต่ต้น เพราะการยื่นภายหลังอาจเสียสิทธิ์เนื่องจากเกณฑ์ความใหม่ของทั้งสองประเภทนับจากวันยื่นคำขอเป็นหลัก
คำถามที่พบบ่อย
จดแค่สิทธิบัตรการออกแบบ แต่คู่แข่งลอกกลไกการทำงานโดยเปลี่ยนรูปลักษณ์ไป ฟ้องได้ไหม?
ฟ้องไม่ได้ในฐานะละเมิดสิทธิบัตรการออกแบบ เพราะสิทธิบัตรการออกแบบคุ้มครองเฉพาะรูปลักษณ์ภายนอกที่จดทะเบียนไว้เท่านั้น ไม่คุ้มครองกลไกหรือหลักการทำงานของสินค้า หากต้องการคุ้มครองกลไกการทำงานด้วย ต้องยื่นขอสิทธิบัตรการประดิษฐ์หรืออนุสิทธิบัตรแยกต่างหากตั้งแต่ต้น
ยื่นสิทธิบัตรการออกแบบกับอนุสิทธิบัตรสำหรับสินค้าชิ้นเดียวกัน ต้องยื่นคำขอแยกกันไหม?
ต้องยื่นแยกกัน เพราะเป็นสิทธิบัตรคนละประเภทตามพระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. 2522 แต่ละประเภทมีแบบฟอร์มคำขอ การตรวจสอบ และค่าธรรมเนียมของตัวเอง แม้จะยื่นสำหรับผลิตภัณฑ์ชิ้นเดียวกันในเวลาใกล้เคียงกันก็ตาม
