งานสร้างสรรค์ทั่วไป (วรรณกรรม ศิลปกรรม ดนตรีกรรม และภาพถ่ายตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นไป) ได้รับความคุ้มครองลิขสิทธิ์ตลอดอายุผู้สร้างสรรค์และต่อไปอีก 50 ปีหลังผู้สร้างสรรค์เสียชีวิต ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 19 แต่บางประเภทงานมีอายุคุ้มครองต่างออกไป — งานที่ไม่ปรากฏชื่อผู้สร้างสรรค์หรือมีนิติบุคคลเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ (มาตรา 20) และงานโสตทัศน์ ภาพยนตร์ สิ่งบันทึกเสียง หรืองานแพร่เสียงแพร่ภาพ (มาตรา 21) คุ้มครอง 50 ปี นับจากวันสร้างสรรค์ หรือ 50 ปีนับจากวันเผยแพร่หากเผยแพร่ภายในช่วงเวลาดังกล่าว ส่วนงานศิลปประยุกต์ (มาตรา 22) คุ้มครองสั้นกว่าที่ 25 ปี นับจากวันสร้างสรรค์ เมื่อครบกำหนดอายุความคุ้มครองแล้ว ผลงานจะตกเป็นสาธารณสมบัติที่ใครก็นำไปใช้ได้โดยไม่ต้องขออนุญาตหรือจ่ายค่าลิขสิทธิ์อีกต่อไป
หลักทั่วไป: ตลอดชีวิตผู้สร้างสรรค์ บวกอีก 50 ปี
ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 19 ลิขสิทธิ์ในงานสร้างสรรค์ทั่วไป เช่น งานวรรณกรรม นาฏกรรม ศิลปกรรม และดนตรีกรรม ให้มีอยู่ตลอดอายุของผู้สร้างสรรค์ และมีอยู่ต่อไปอีก 50 ปีนับแต่ผู้สร้างสรรค์ถึงแก่ความตาย หากมีผู้สร้างสรรค์ร่วมหลายคน (งานที่มีผู้สร้างสรรค์ร่วม) อายุความคุ้มครองจะนับต่อไปอีก 50 ปีนับแต่ผู้สร้างสรรค์ร่วมคนสุดท้ายถึงแก่ความตาย ส่วนกรณีที่ผู้สร้างสรรค์หรือผู้สร้างสรรค์ร่วมทุกคนถึงแก่ความตายก่อนที่จะมีการเผยแพร่งานนั้นต่อสาธารณชน กฎหมายกำหนดให้ลิขสิทธิ์มีอยู่ 50 ปีนับแต่ได้มีการเผยแพร่งานนั้นเป็นครั้งแรกแทน
งานที่ไม่ปรากฏชื่อผู้สร้างสรรค์ หรือมีนิติบุคคลเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์
มาตรา 20 กำหนดหลักเกณฑ์แยกไว้สำหรับ 2 กรณีที่ไม่สามารถนับอายุความคุ้มครองจาก "ชีวิตผู้สร้างสรรค์" ได้โดยตรง คือ (1) งานที่สร้างสรรค์โดยผู้ทำหน้าที่ไม่ปรากฏชื่อ หรือใช้นามแฝงที่ไม่รู้จักตัวตนที่แท้จริง และ (2) งานที่ผู้สร้างสรรค์เป็นนิติบุคคล เช่น บริษัทที่เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานที่ลูกจ้างสร้างสรรค์ขึ้นตามหน้าที่ ในทั้งสองกรณี กฎหมายกำหนดให้ลิขสิทธิ์มีอยู่ 50 ปีนับแต่ได้สร้างสรรค์งานนั้นขึ้น แต่ถ้าได้มีการเผยแพร่งานนั้นในระหว่าง 50 ปีดังกล่าว ให้ลิขสิทธิ์มีอยู่ต่อไปอีก 50 ปีนับแต่ได้มีการเผยแพร่งานนั้นเป็นครั้งแรก
ประเด็นนี้สำคัญกับธุรกิจโดยตรง เพราะซอฟต์แวร์ คู่มือการทำงาน หรือเนื้อหาการตลาดที่พนักงานสร้างขึ้นในนามบริษัท และบริษัทเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในฐานะนิติบุคคล จะนับอายุความคุ้มครองจากวันที่สร้างสรรค์งาน ไม่ใช่นับจาก "อายุของบริษัท" ซึ่งไม่มีวันถึงแก่ความตายเหมือนบุคคลธรรมดา
งานโสตทัศน์ ภาพยนตร์ สิ่งบันทึกเสียง และงานแพร่เสียงแพร่ภาพ
มาตรา 21 กำหนดอายุความคุ้มครองสำหรับงานโสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ สิ่งบันทึกเสียง หรืองานแพร่เสียงแพร่ภาพไว้ที่ 50 ปีนับแต่ได้สร้างสรรค์งานนั้นขึ้น แต่ถ้าได้มีการเผยแพร่งานนั้นในระหว่าง 50 ปีดังกล่าว ให้ลิขสิทธิ์มีอยู่ต่อไปอีก 50 ปีนับแต่ได้มีการเผยแพร่งานนั้นเป็นครั้งแรก — โครงสร้างเดียวกับมาตรา 20 เพียงแต่ใช้กับประเภทงานที่ต่างกัน
งานภาพถ่าย: เปลี่ยนหลักเกณฑ์ตั้งแต่ปี 2565
เดิมกฎหมายจัดงานภาพถ่ายไว้ในกลุ่มเดียวกับมาตรา 21 (คุ้มครอง 50 ปีนับจากวันสร้างสรรค์หรือวันเผยแพร่) แต่พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2565 ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคม 2565 ได้ตัดคำว่า "งานภาพถ่าย" ออกจากมาตรา 21 ผลคืองานภาพถ่ายที่สร้างสรรค์ตั้งแต่วันดังกล่าวเป็นต้นไปจะได้รับความคุ้มครองตามหลักทั่วไปในมาตรา 19 คือตลอดอายุผู้สร้างสรรค์บวกอีก 50 ปีหลังเสียชีวิต เช่นเดียวกับงานศิลปกรรมประเภทอื่น (ไม่ใช่ 50 ปีนับจากวันสร้างสรรค์แบบเดิมอีกต่อไป) การแก้ไขนี้มีขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับพันธกรณีระหว่างประเทศด้านลิขสิทธิ์
ข้อควรระวังคือการขยายอายุความคุ้มครองนี้ไม่มีผลย้อนหลังกับภาพถ่ายที่อายุความคุ้มครองเดิมสิ้นสุดไปแล้วก่อนวันที่ 23 สิงหาคม 2565 — ภาพถ่ายที่ตกเป็นสาธารณสมบัติไปแล้วก่อนวันดังกล่าวจะไม่ได้รับความคุ้มครองกลับคืนมา ธุรกิจที่ใช้คลังภาพเก่าจึงควรตรวจสอบวันสร้างสรรค์และวันที่อายุความคุ้มครองเดิมสิ้นสุดลงให้ชัดเจนก่อนนำภาพถ่ายเก่ากลับมาใช้งานเชิงพาณิชย์
งานศิลปประยุกต์: คุ้มครองสั้นกว่าประเภทอื่น
งานศิลปประยุกต์ (เช่น ลวดลายตกแต่งบนบรรจุภัณฑ์หรือผลิตภัณฑ์ที่มีลักษณะทางศิลปะผสมกับประโยชน์ใช้สอย) ตามมาตรา 22 ได้รับความคุ้มครองสั้นกว่าประเภทงานอื่นอย่างชัดเจน คือ 25 ปีนับแต่ได้สร้างสรรค์งานนั้นขึ้น แต่ถ้าได้มีการเผยแพร่งานนั้นในระหว่าง 25 ปีดังกล่าว ให้ลิขสิทธิ์มีอยู่ต่อไปอีกจนครบ 50 ปีนับแต่ได้มีการเผยแพร่งานนั้นเป็นครั้งแรก ธุรกิจที่ออกแบบบรรจุภัณฑ์หรือลวดลายผลิตภัณฑ์ควรทราบว่างานลักษณะนี้อาจเข้าข่ายทั้งการคุ้มครองแบบลิขสิทธิ์งานศิลปประยุกต์และการคุ้มครองแบบสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ในเวลาเดียวกัน ซึ่งเป็นคนละระบบกฎหมายและมีอายุความคุ้มครองไม่เท่ากัน ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อวางแผนให้ครอบคลุมทั้งสองด้าน
ทำไมเรื่องนี้สำคัญต่อการวางแผนธุรกิจ
อายุความคุ้มครองที่แตกต่างกันตามประเภทงานมีผลโดยตรงต่อการตัดสินใจทางธุรกิจหลายด้าน เช่น การเจรจาสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ (License Agreement) ที่ต้องระบุระยะเวลาให้สอดคล้องกับอายุความคุ้มครองจริง การตรวจสอบทรัพย์สินทางปัญญา (IP Due Diligence) ก่อนควบรวมหรือซื้อกิจการ และการประเมินว่าเนื้อหาของคู่แข่งที่มีอายุเก่ามากพอจะตกเป็นสาธารณสมบัติแล้วหรือยัง เนื่องจากอายุความคุ้มครองของงานประเภทมาตรา 20 และ 21 นับจากวันสร้างสรรค์เป็นหลัก การมีหลักฐานวันที่และรายละเอียดผลงานที่ชัดเจน จึงมีประโยชน์มากขึ้นไปอีก เพราะช่วยยืนยันจุดเริ่มต้นของการนับอายุความคุ้มครองได้แม่นยำหากเกิดข้อพิพาทในภายหลัง
ตารางสรุปอายุความคุ้มครองตามประเภทงาน
- งานทั่วไป (วรรณกรรม นาฏกรรม ศิลปกรรม ดนตรีกรรม) — มาตรา 19: ตลอดอายุผู้สร้างสรรค์ + 50 ปีหลังเสียชีวิต (งานร่วมสร้างสรรค์นับจากผู้สร้างสรรค์ร่วมคนสุดท้ายเสียชีวิต)
- งานที่ไม่ปรากฏชื่อผู้สร้างสรรค์ หรือนิติบุคคลเป็นเจ้าของ — มาตรา 20: 50 ปีนับจากวันสร้างสรรค์ (หรือ 50 ปีนับจากวันเผยแพร่ หากเผยแพร่ภายใน 50 ปีนั้น)
- งานโสตทัศน์ ภาพยนตร์ สิ่งบันทึกเสียง งานแพร่เสียงแพร่ภาพ — มาตรา 21: 50 ปีนับจากวันสร้างสรรค์ (หรือ 50 ปีนับจากวันเผยแพร่ หากเผยแพร่ภายใน 50 ปีนั้น)
- งานภาพถ่าย (สร้างสรรค์ตั้งแต่ 23 ส.ค. 2565) — มาตรา 19: ตลอดอายุผู้สร้างสรรค์ + 50 ปีหลังเสียชีวิต เช่นเดียวกับงานทั่วไป
- งานศิลปประยุกต์ — มาตรา 22: 25 ปีนับจากวันสร้างสรรค์ (หรือ 50 ปีนับจากวันเผยแพร่ หากเผยแพร่ภายใน 25 ปีนั้น)
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- เข้าใจว่าทุกประเภทงานได้อายุความคุ้มครองแบบเดียวกัน ทั้งที่กฎหมายแยกหลักเกณฑ์ตามประเภทงานไว้ชัดเจนในมาตรา 19-22
- คิดว่าการแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์กับกรมฯ เป็นจุดเริ่มต้นนับอายุความคุ้มครอง ทั้งที่อายุความคุ้มครองเริ่มนับจากวันสร้างสรรค์หรือวันเผยแพร่ตามกฎหมายเสมอ ไม่เกี่ยวกับการแจ้งข้อมูล
- เข้าใจผิดว่างานภาพถ่ายทุกภาพได้อายุคุ้มครองตลอดชีวิตผู้สร้างสรรค์ย้อนหลังไปหมด ทั้งที่การขยายอายุความคุ้มครองปี 2565 ไม่มีผลย้อนหลังกับภาพที่อายุความคุ้มครองเดิมสิ้นสุดไปแล้ว
- สับสนระหว่างงานศิลปประยุกต์กับสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นคนละระบบกฎหมายและมีอายุความคุ้มครองไม่เท่ากัน
คำถามที่พบบ่อย
ถ้าไม่ได้แจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์กับกรมทรัพย์สินทางปัญญา อายุความคุ้มครองจะสั้นลงหรือไม่?
ไม่สั้นลง เพราะการแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์เป็นเพียงทางเลือกในการสร้างหลักฐานวันที่และรายละเอียดผลงาน ไม่ใช่เงื่อนไขที่ทำให้เกิดสิทธิ์หรือกำหนดอายุความคุ้มครอง อายุความคุ้มครองเริ่มนับจากวันที่สร้างสรรค์ผลงานหรือวันที่ผู้สร้างสรรค์เสียชีวิต (แล้วแต่ประเภทงาน) เสมอ ไม่ว่าจะแจ้งข้อมูลไว้หรือไม่ก็ตาม
งานภาพถ่ายที่ถ่ายไว้ก่อนปี 2565 จะได้รับอายุคุ้มครองแบบใหม่ (ตลอดชีวิตบวก 50 ปี) ย้อนหลังหรือไม่?
เฉพาะกรณีที่อายุความคุ้มครองเดิมของภาพถ่ายนั้นยังไม่สิ้นสุดลงก่อนวันที่ 23 สิงหาคม 2565 เท่านั้นที่จะได้รับการขยายอายุความคุ้มครองตามหลักเกณฑ์ใหม่ ส่วนภาพถ่ายที่อายุความคุ้มครองเดิมสิ้นสุดและตกเป็นสาธารณสมบัติไปแล้วก่อนวันดังกล่าว จะไม่ได้รับความคุ้มครองกลับคืนมาอีก
เมื่อลิขสิทธิ์หมดอายุความคุ้มครองแล้ว เกิดอะไรขึ้นกับผลงานนั้น?
ผลงานจะตกเป็นสาธารณสมบัติ (Public Domain) บุคคลทั่วไปสามารถนำไปทำซ้ำ ดัดแปลง หรือเผยแพร่ต่อสาธารณชนได้โดยไม่ต้องขออนุญาตจากทายาทหรือผู้รับโอนสิทธิ์ และไม่ต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์อีกต่อไป
