สรุปสาระสำคัญ

อนุสิทธิบัตรจดได้กับสิ่งประดิษฐ์ที่มีความใหม่และประยุกต์ใช้ในทางอุตสาหกรรมได้ โดยไม่ต้องผ่านเกณฑ์ขั้นการประดิษฐ์สูงขึ้นเหมือนสิทธิบัตรการประดิษฐ์ แต่สิ่งประดิษฐ์บางประเภท เช่น ทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ จุลชีพที่มีอยู่ตามธรรมชาติ หรือสิ่งที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี ยังคงจดไม่ได้ไม่ว่าจะเป็นสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตร

อนุสิทธิบัตรจดได้กับสิ่งประดิษฐ์ที่มีความใหม่ (Novelty) และสามารถประยุกต์ใช้ในทางอุตสาหกรรมได้ (Industrial Applicability) เท่านั้น — ต่างจากสิทธิบัตรการประดิษฐ์ตรงที่ไม่ต้องมี "ขั้นการประดิษฐ์สูงขึ้น" จึงเหมาะกับสิ่งประดิษฐ์ที่เป็นการปรับปรุงหรือพัฒนาต่อยอดจากของเดิม ไม่ใช่นวัตกรรมที่ไม่เคยมีมาก่อน แต่ก็ยังมีสิ่งประดิษฐ์บางประเภทที่กฎหมายห้ามจดไม่ว่าจะยื่นเป็นสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตรก็ตาม

เกณฑ์การพิจารณาอนุสิทธิบัตร: ความใหม่และการประยุกต์ใช้ในทางอุตสาหกรรม

ตามพระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. 2522 หมวด 3 ทวิ ว่าด้วยอนุสิทธิบัตร (มาตรา 65 ทวิ) สิ่งประดิษฐ์ที่จะขอรับอนุสิทธิบัตรได้ต้องมีคุณสมบัติ 2 ข้อ:

  • ความใหม่ (Novelty) — ยังไม่เคยมีการเปิดเผยสาระสำคัญของสิ่งประดิษฐ์นั้นต่อสาธารณะมาก่อนวันยื่นคำขอ ไม่ว่าจะเป็นการตีพิมพ์ การจัดแสดง หรือการใช้งานในลักษณะที่สาธารณชนเข้าถึงได้
  • การประยุกต์ใช้ในทางอุตสาหกรรม (Industrial Applicability) — สามารถนำไปผลิตหรือใช้งานได้จริงในภาคอุตสาหกรรม เกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรือหัตถกรรม ไม่ใช่แค่แนวคิดทางทฤษฎีที่ยังทำให้เกิดผลจริงไม่ได้

สองเกณฑ์นี้เป็นมาตรฐานเดียวกับที่ใช้พิจารณาสิทธิบัตรการประดิษฐ์ ความแตกต่างอยู่ที่เกณฑ์ข้อที่สามซึ่งอนุสิทธิบัตรไม่ต้องมี ดูหัวข้อถัดไป

อนุสิทธิบัตรไม่ต้องมี "ขั้นการประดิษฐ์สูงขึ้น" ต่างจากสิทธิบัตรอย่างไร

สิทธิบัตรการประดิษฐ์ต้องผ่านเกณฑ์ที่สามเพิ่มเติมคือ ขั้นการประดิษฐ์สูงขึ้น (Inventive Step) — สิ่งประดิษฐ์นั้นต้องไม่ใช่สิ่งที่ผู้มีความชำนาญในระดับสามัญในสาขาการประดิษฐ์นั้นสามารถคิดขึ้นได้โดยง่าย อนุสิทธิบัตรไม่ต้องผ่านเกณฑ์นี้ จึงครอบคลุมสิ่งประดิษฐ์ในวงกว้างกว่า รวมถึงการปรับปรุงเล็กน้อยจากของเดิมที่อาจไม่ผ่านเกณฑ์ขั้นการประดิษฐ์สูงขึ้นของสิทธิบัตร แต่ยังถือว่าใหม่และใช้ประโยชน์ได้จริง กระบวนการตรวจสอบของกรมทรัพย์สินทางปัญญาก็ต่างกันตามไปด้วย: อนุสิทธิบัตรตรวจสอบเพียงความถูกต้องของเอกสารและความใหม่เบื้องต้น ไม่มีการตรวจสอบเชิงลึก (Substantive Examination) แบบสิทธิบัตรการประดิษฐ์

สิ่งประดิษฐ์ที่จดอนุสิทธิบัตรไม่ได้

พระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. 2522 มาตรา 9 กำหนดสิ่งที่ขอรับสิทธิบัตรไม่ได้ไว้ ซึ่งใช้บังคับกับอนุสิทธิบัตรด้วยเช่นกัน ไม่ว่าสิ่งประดิษฐ์นั้นจะมีความใหม่และประยุกต์ใช้ในทางอุตสาหกรรมได้เพียงใดก็ตาม:

  • จุลชีพที่มีอยู่ตามธรรมชาติ สัตว์ พืช หรือสารสกัดจากสัตว์หรือพืช
  • กฎเกณฑ์และทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์
  • ระบบข้อมูลสำหรับการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์
  • วิธีการวินิจฉัย บำบัด หรือรักษาโรคมนุษย์หรือสัตว์
  • การประดิษฐ์ที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อย ศีลธรรมอันดี อนามัย หรือสวัสดิภาพของประชาชน

ข้อห้ามเหล่านี้เป็นคนละเรื่องกับข้อยกเว้นเรื่องขั้นการประดิษฐ์สูงขึ้นที่กล่าวไปข้างต้น — แม้อนุสิทธิบัตรจะไม่ต้องผ่านเกณฑ์ขั้นการประดิษฐ์สูงขึ้น แต่ก็ยังต้องไม่เข้าข่ายสิ่งต้องห้ามตามมาตรา 9 เช่นเดียวกับสิทธิบัตรการประดิษฐ์ทุกประการ

ตัวอย่างสิ่งประดิษฐ์ที่เหมาะกับอนุสิทธิบัตร

อนุสิทธิบัตรเหมาะกับสิ่งประดิษฐ์ที่เป็นการปรับปรุงกลไก เปลี่ยนวัสดุ หรือปรับรูปแบบการใช้งานของสิ่งที่มีอยู่แล้วให้ดีขึ้น เช่น การปรับปรุงกลไกของเครื่องมือหรืออุปกรณ์ให้ใช้งานง่ายขึ้น การออกแบบโครงสร้างบรรจุภัณฑ์ให้ใช้งานได้สะดวกขึ้น หรือการดัดแปลงชิ้นส่วนเครื่องใช้ในบ้านให้ทนทานหรือประหยัดพลังงานมากขึ้น จุดร่วมของตัวอย่างเหล่านี้คือเป็นการต่อยอดจากสิ่งที่มีอยู่แล้ว ไม่ใช่การคิดค้นสิ่งใหม่ทั้งหมดตั้งแต่ต้น เหมาะกับธุรกิจ SME ที่มีวงจรสินค้าสั้นและต้องการความคุ้มครองเร็วกว่าการรอผลสิทธิบัตรการประดิษฐ์ซึ่งมักใช้เวลาหลายปี

ก่อนยื่นคำขอ ควรตรวจสอบอะไรบ้าง

เนื่องจากกรมทรัพย์สินทางปัญญาตรวจสอบอนุสิทธิบัตรเพียงเบื้องต้น ไม่ได้ตรวจสอบความใหม่เชิงลึกเหมือนสิทธิบัตรการประดิษฐ์ อนุสิทธิบัตรที่จดทะเบียนแล้วจึงอาจถูกคู่กรณีร้องขอให้ตรวจสอบความใหม่ย้อนหลังได้หากเกิดข้อพิพาท ก่อนยื่นคำขอจึงควรทำการตรวจสอบความใหม่ (Novelty Search) ด้วยตนเองหรือให้ตัวแทนสิทธิบัตรช่วยตรวจสอบก่อนเสมอ เพื่อลดความเสี่ยงที่อนุสิทธิบัตรจะถูกโต้แย้งในภายหลัง

คำถามที่พบบ่อย

อนุสิทธิบัตรกับสิทธิบัตรการประดิษฐ์ ใช้เกณฑ์การพิจารณาต่างกันอย่างไร?

ทั้งสองต้องมีความใหม่และประยุกต์ใช้ในทางอุตสาหกรรมได้เหมือนกัน แต่สิทธิบัตรการประดิษฐ์ต้องมี "ขั้นการประดิษฐ์สูงขึ้น" เพิ่มเติม คือไม่ใช่สิ่งที่ผู้มีความชำนาญในสาขานั้นคิดขึ้นได้โดยง่าย ส่วนอนุสิทธิบัตรไม่ต้องผ่านเกณฑ์นี้ จึงครอบคลุมสิ่งประดิษฐ์ได้กว้างกว่าและจดได้ง่ายกว่า

ถ้าสิ่งประดิษฐ์เข้าข่ายที่กฎหมายห้ามจด จะเกิดอะไรขึ้นตอนยื่นคำขอ?

กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะแจ้งปฏิเสธหรือออกหนังสือแจ้งคำสั่ง (Office Action) ให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงหรือแก้ไข ถ้าไม่สามารถแก้ไขให้พ้นจากข้อห้ามได้ คำขอจะถูกปฏิเสธ ผู้ยื่นคำขอมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งได้ตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด